เจาะลึกฮวงจุ้ยสุสาน, ภัยเงียบสุสานแตก, แก้เคล็ดด้วยแซกี (Sheng Ji)

                                                                                                         English      中文                                                                                                                                                                                                                                                                                 

 
บทสรุปศาสตร์พลิกชะตา: ฮวงจุ้ยสุสานและแซกี 

แนวคิดพื้นฐาน: สมการแห่งโชคชะตา ความสำเร็จในชีวิตตามหลักปรัชญาจีนมาจาก 3 ปัจจัยที่สมดุลกัน :   

ชะตาฟ้า (天時): พรหมลิขิตและจังหวะเวลา

ชะตาคน (人和): การกระทำ ความพยายาม และคุณธรรม

ชะตาดิน (地利): พลังงานจากสภาพแวดล้อม (ฮวงจุ้ย)

ศาสตร์ฮวงจุ้ยสุสาน (อิมไจ๋ - 陰宅) อธิบายว่าการเลือกสุสานมงคลให้บรรพบุรุษ สามารถกำหนดความสำเร็จของลูกหลานได้ถึง 70% โดยพลังงาน "ชี่" จะถูกส่งผ่าน DNA มายังวงศ์ตระกูล ซึ่งเป็นหลักการสำคัญในการเลือกฮวงซุ้ยและทำแซกี (Sheng Ji) เพื่อเสริมดวง

อินโฟกราฟิกอธิบาย 4 องค์ประกอบหลักของศาสตร์ฮวงจุ้ยสุสานมงคลและการทำแซกี (Sheng Ji) ประกอบด้วย 1. ชัยภูมิ (ทำเลที่ตั้ง ภูเขา แหล่งน้ำ) 2. ทิศทาง (องศา) 3. บุคคล (ดวงชะตา) และ 4. ฤกษ์ยาม (เวลา) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกสุสานเพื่อเสริมดวงชะตาและส่งเสริมความเจริญรุ่งเรือง

 

อินโฟกราฟิกอธิบายศาสตร์พลิกชะตา คือการทำแซกี (生基) หรือสุสานคนเป็น ซึ่งเป็นศาสตร์ฮวงจุ้ยขั้นสูง (แซกีจักรพรรดิ) ที่ช่วยเสริมดวง โดยแสดงเป้าหมายและผลลัพธ์ 5 ประการที่คาดหวังได้ คือ การงานก้าวหน้า, เสริมโชคลาภ, เสริมสุขภาพ, เพิ่มเสน่ห์, และแก้ไขดวงชะตา

สะเดาะเคราะห์ เสริมดวง แบบไหนดี

 

รากฐานแห่งโชคชะตา: คู่มือฉบับสมบูรณ์ว่าด้วยฮวงจุ้ยสุสานและศาสตร์แห่งการทำแซกี

บทนำ: พลังแห่งฟ้า ดิน คน - ความเชื่อมโยงระหว่างบรรพชนและผู้มีชีวิต 

ในแก่นแท้ของอภิปรัชญาจีน โชคชะตาของมนุษย์มิได้ถูกกำหนดขึ้นโดยปัจเจกบุคคลเพียงลำพัง แต่เป็นผลลัพธ์อันซับซ้อนจากปฏิสัมพันธ์ของสามปัจจัยหลัก ได้แก่

  1. ชะตาฟ้า (天時 - Tian Shi) อันหมายถึงจังหวะเวลาและพรหมลิขิต
  2. ชะตาคน (人和 - Ren He) ซึ่งก็คือการกระทำ คุณธรรม และความมุมานะพยายาม และ
  3. ชะตาดิน (地利 - Di Li) หรือสภาพแวดล้อมและพลังงานของสถานที่ตามหลักฮวงจุ้ย

กรอบความคิดนี้เป็นกุญแจสำคัญในการทำความเข้าใจศาสตร์ฮวงจุ้ยทั้งสองแขนงหลัก คือ ฮวงจุ้ยสำหรับผู้มีชีวิต หรือ "หยางไจ๋" (陽宅) ซึ่งเกี่ยวข้องกับบ้านเรือนและอาคาร และฮวงจุ้ยสำหรับผู้ล่วงลับ หรือ "อิมไจ๋" (陰宅) ที่ว่าด้วยการเลือกที่ตั้งสุสาน 

 

ในบรรดาศาสตร์ทั้งสอง "อิมไจ๋" มักถูกมองว่ามีอิทธิพลรุนแรงและลึกซึ้งกว่า เนื่องจากเกี่ยวข้องโดยตรงกับรากฐานพลังงานของวงศ์ตระกูล แกนกลางของความเชื่อนี้ตั้งอยู่บนหลักการที่ว่ามีสายใยพลังงานที่มองไม่เห็นเชื่อมโยงระหว่างอัฐิของบรรพบุรุษกับความเป็นอยู่ของลูกหลานที่ยังมีชีวิต ความเชื่อมโยงนี้ ซึ่งเชื่อว่าส่งผ่านทางสายเลือด ทำหน้าที่เป็นท่อส่ง "พลังชี่" (氣) หรือพลังชีวิตที่สะสม ณ ที่ตั้งของสุสานมาสู่ลูกหลาน ส่งผลกระทบต่อโชคชะตาของตระกูลไปอีกหลายชั่วอายุคน ดังนั้น สภาพของสุสาน ไม่ว่าจะได้รับการดูแลอย่างดีหรือถูกทอดทิ้งรกร้าง จะสะท้อนถึงสถานะชีวิตของทายาทโดยตรง  

 

การให้ความสำคัญกับฮวงจุ้ยสุสานจึงเป็นการยกระดับแนวคิดเรื่องความกตัญญูต่อบรรพชน จากเพียงการประกอบพิธีกรรมทางวัฒนธรรมไปสู่การบริหารจัดการพลังงานเชิงรุก การแสดงความกตัญญูในมุมมองนี้ไม่ได้เป็นเพียงหน้าที่ทางศีลธรรม แต่เป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์เพื่อความเจริญรุ่งเรืองในอนาคตของวงศ์ตระกูล การเลือกสุสานในทำเลที่ดีจึงไม่ใช่แค่การมอบที่พักพิงสุดท้ายอันสงบสุข แต่คือการวางตำแหน่ง "เครื่องรับและส่งสัญญาณ" พลังงานให้กับสายเลือดทั้งหมดอย่างมีเป้าหมาย 

 

  • ส่วนที่ 1: ศาสตร์แห่งบรรพชน - เจาะลึกฮวงจุ้ยสุสาน (อิมไจ๋) 

ส่วนนี้จะนำเสนอองค์ความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับหลักการและการประยุกต์ใช้ศาสตร์ฮวงจุ้ยสุสาน หรือ "อิมไจ๋" ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการกำหนดทิศทางความเป็นไปของวงศ์ตระกูล 

  • 1.1 ปรัชญาและความสำคัญ: ทำไมสุสานจึงกำหนดชะตาลูกหลาน 

ปรัชญาของ "อิมไจ๋" ตั้งอยู่บนความเชื่อที่ว่ากระดูกของบรรพบุรุษซึ่งมีสภาวะเป็น "อิม" (หยิน) จะดูดซับพลังงานจากสภาพแวดล้อมหรือ "พลังชี่" ซึ่งมีสภาวะเป็น "เอี๊ยง" (หยาง)  พลังงานที่ถูกดูดซับนี้จะสร้างแรงสั่นสะเทือนและส่งผ่านไปยังลูกหลานที่ยังมีชีวิตผ่านสายเลือดหรือ DNA ที่มีร่วมกัน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อโชคชะตาของพวกเขาโดยตรง ด้วยเหตุนี้ การเลือกทำเลที่ตั้งสุสานที่ถูกต้องจึงเปรียบเสมือนการวางรากฐานพลังงานให้กับวงศ์ตระกูล

การจัดเตรียมสุสานที่ดีจึงถูกมองว่าเป็นความรับผิดชอบอันสำคัญยิ่งของบุตรหลาน เป็นการแสดงความกตัญญูครั้งสุดท้ายที่สามารถส่งผลดีต่อไปในอนาคต  นอกจากนี้ การเตรียมสุสานไว้ตั้งแต่ยังมีชีวิตอยู่ยังถือเป็นวิสัยทัศน์ที่ช่วยป้องกันความขัดแย้งระหว่างทายาทในอนาคต และสร้างความมั่นใจว่าพิธีการต่างๆ จะถูกจัดทำขึ้นอย่างถูกต้องตามเจตนารมณ์  อิทธิพลของฮวงจุ้ยสุสานนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด ถึงขนาดมีความเชื่อว่าฮวงจุ้ยบรรพบุรุษที่ดีอาจเป็นปัจจัยกำหนดความสำเร็จในชีวิตได้ถึง 70% เปรียบเสมือนการเดินทางบนเส้นทางที่บรรพบุรุษได้ปูไว้ให้แล้วอย่างราบรื่น 

 

ความสำเร็จในการเลือกสุสานตามหลัก "อิมไจ๋" ขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์พร้อมขององค์ประกอบหลัก 4 ประการ ซึ่งต้องสอดประสานกันอย่างลงตัว 

  1. ชัยภูมิ (Landscape): ลักษณะทางกายภาพของพื้นที่โดยรอบ ทั้งภูเขา แหล่งน้ำ และผืนดิน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการกักเก็บพลังงาน

  2. ทิศทาง (Direction): องศาที่แน่นอนของป้ายสุสาน ซึ่งต้องคำนวณอย่างละเอียดเพื่อให้สอดคล้องกับดวงชะตาของผู้ล่วงลับและส่งเสริมลูกหลาน

  3. บุคคล (Person): ความสมพงศ์ระหว่างธาตุปีเกิดของผู้ล่วงลับกับทิศทางของสุสาน รวมถึงความสัมพันธ์กับดวงชะตาของลูกหลานแต่ละคน

  4. ฤกษ์ยาม (Timing): การเลือกวันและเวลาที่เป็นมงคลสำหรับการก่อสร้าง บูรณะ หรือทำพิธีฝัง ซึ่งมีผลอย่างยิ่งต่อการกระตุ้นพลังงานที่ดี

    ดิน 5 สี (五色土) ที่พบในที่ดินฮวงจุ้ยสำหรับทำแซกี (Sheng Ji) สัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์และพลังงานธาตุทั้งห้า เป็นชัยภูมิที่ดีที่สุดสำหรับทำสุสานคนเป็น เพื่อเสริมความมั่งคั่ง โชคลาภ บารมี และสุขภาพ

 

  • 1.3 การถอดรหัสชัยภูมิ (ตี่ลี่): ตามรอยมังกร สู่แหล่งพลังงาน 

การประเมินชัยภูมิที่ดีเปรียบเสมือนการค้นหา "ถ้ำมังกร" หรือจุดที่พลังงานชี่มารวมตัวกันมากที่สุด โดยใช้สัญลักษณ์ของมังกร (龍) ในการอธิบายลักษณะทางกายภาพของพื้นที่ 

ภูเขา (Mountains): เปรียบดัง "ร่างกายของมังกร" สื่อถึงความมั่นคง อำนาจ และบารมี

✅แนวหิน (Rock Formations): คือ "กระดูกของมังกร" บ่งบอกถึงความแข็งแกร่งของกระแสพลังงานที่ไหลเวียนอยู่ภายใน

✅พื้นดิน (Soil): เป็น "เนื้อของมังกร" ดินที่ดีควรมีสีสดใสและอุดมสมบูรณ์ สะท้อนถึงความมีชีวิตชีวา

✅สายน้ำ (Water Flow): คือ "เลือดของมังกร" หมายถึงโชคลาภและความมั่งคั่ง การไหลเวียนของโอกาสทางธุรกิจ

ต้นไม้ (Vegetation): เปรียบเสมือน "ผิวของมังกร" พืชพรรณที่เขียวชอุ่มแสดงถึงพลังชีวิตที่สมบูรณ์ของพื้นที่

 

⭐ การใช้คำศัพท์เชิงกายวิภาคศาสตร์เหล่านี้ ไม่ได้เป็นเพียงการเปรียบเปรย แต่สะท้อนถึงโลกทัศน์ที่มองว่าผืนดินไม่ใช่เพียงสสารที่หยุดนิ่ง แต่เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีพลังงานไหลเวียนอยู่ภายใน การเลือกฮวงจุ้ยที่ดีจึงไม่ต่างจากการทำ "ภูมิศาสตร์ฝังเข็ม" คือการค้นหาจุดชีพจรพลังงานบนร่างกายของโลก แล้วนำอัฐิของบรรพบุรุษไปวางไว้เพื่อเชื่อมต่อกับพลังงานนั้น ด้วยเหตุนี้ ลักษณะของชัยภูมิที่เสียหาย เช่น ภูเขาที่แตกหักหรือแหล่งน้ำที่เน่าเสีย จึงถือเป็นลางร้ายอย่างยิ่ง เพราะเท่ากับการนำบรรพบุรุษไปไว้ในส่วนที่ "เจ็บป่วย" ของร่างกายโลก ซึ่งจะส่งต่อพลังงานลบนั้นมาสู่ลูกหลาน

 

  • 1.4 กองทัพสวรรค์: สัตว์เทพผู้พิทักษ์ทั้งสี่ 

ชัยภูมิในอุดมคติจะต้องมีองค์ประกอบของ "สัตว์เทพผู้พิทักษ์ทั้งสี่" ครบถ้วน ซึ่งทำหน้าที่โอบล้อมและกักเก็บพลังงานไว้ ณ จุดศูนย์กลาง 

✅เต่าดำ (Black Tortoise): คือภูเขาหรือเนินดินสูงที่อยู่ด้านหลังของสุสาน ทำหน้าที่ให้การสนับสนุน ปกป้อง และสร้างความมั่นคง หากไม่มีเต่าดำจะทำให้ขาดบารมีและผู้เกื้อหนุน 

✅มังกรเขียว (Green Dragon): คือแนวเนินเขาที่อยู่ทางด้านซ้าย (เมื่อมองออกจากสุสาน) เป็นตัวแทนของพลังหยาง บารมี อำนาจ และลูกหลานฝ่ายชาย ควรมีลักษณะสูงและโดดเด่นกว่าเสือขาวเล็กน้อย 

✅เสือขาว (White Tiger): คือแนวเนินเขาทางด้านขวา เป็นตัวแทนของพลังหยิน การปกป้อง และลูกหลานฝ่ายหญิง ควรมีลักษณะเตี้ยและสงบนิ่งกว่ามังกรเขียว เพื่อรักษาสมดุลและป้องกันความขัดแย้ง

✅หงส์แดง (Red Phoenix): คือพื้นที่ว่างหรือลานโล่งด้านหน้า อาจมีเนินดินเตี้ยๆ หรือแหล่งน้ำอยู่ด้วย เป็นตัวแทนของโอกาสในอนาคต วิสัยทัศน์ และความสามารถในการสะสมทรัพย์สมบัติ หากพื้นที่ด้านหน้าถูกบดบังจะทำให้โอกาสตีบตัน

 

  • 1.5 ชัยภูมิที่ควรเลือกและควรเลี่ยง: คู่มือภาคปฏิบัติ 

การประเมินชัยภูมิมงคลและอัปมงคล ในทางปฏิบัติคือการสังเกตและวิเคราะห์องค์ประกอบต่างๆ เพื่อให้ได้ข้อสรุปว่าพื้นที่นั้นเหมาะสมหรือไม่

อินโฟกราฟิกเปรียบเทียบลักษณะชัยภูมิที่เป็น "มงคล" และ "อัปมงคล" สำหรับการเลือกฮวงจุ้ยสุสาน (ฮวงซุ้ย) และทำแซกี (Sheng Ji) โดยอธิบาย 4 องค์ประกอบสำคัญ: ภูเขา, สายน้ำ, ด้านหน้า, และดิน/พืชพรรณ เพื่อส่งเสริมความเจริญรุ่งเรืองให้ลูกหลานและหลีกเลี่ยงอุปสรรค

 

จากศาสตร์ที่เน้นอิทธิพลจากบรรพบุรุษ สู่ศาสตร์แห่งการปรับเปลี่ยนโชคชะตาของตนเองในปัจจุบัน "แซกี" คือการประยุกต์ใช้หลัก "อิมไจ๋" สำหรับผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ เพื่อสร้างอนาคตด้วยมือของตนเอง

 

  • 2.1 นิยามและวัตถุประสงค์: การสร้างรากฐานชีวิตใหม่ 

"แซกี" (生基) มีความหมายตรงตัวว่า "รากฐานแห่งชีวิต" นี่คือศาสตร์แห่งการสร้าง "สุสานคนเป็น" หรือ "เจ่าอุ่ง" โดยการนำสิ่งของที่เป็นตัวแทนของบุคคลไปฝังในพื้นที่ที่มีฮวงจุ้ยดีเลิศ เพื่อให้บุคคลนั้นสามารถดูดซับพลังงานชี่มงคลได้โดยตรง ในอดีตศาสตร์นี้เป็นเคล็ดลับที่สงวนไว้สำหรับจักรพรรดิและชนชั้นสูงเท่านั้น

  • วัตถุประสงค์หลักของการทำแซกีคือการแก้ไขจุดอ่อนในดวงชะตากำเนิด (ปาจื้อ) และเสริมสร้างโชคชะตาในเชิงรุก กล่าวคือ เป็นการเปลี่ยนร้ายให้กลายเป็นดี บรรเทาเคราะห์หนักให้เป็นเบา และส่งเสริมจุดแข็งที่มีอยู่ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น นักธุรกิจทำแซกี (Sheng Ji) สุสานคนเป็น เพื่อเสริมดวงธุรกิจ การค้า และการเงิน ดึงดูดโชคลาภและความมั่งคั่ง ช่วยให้กิจการรุ่งเรือง ประสบความสำเร็จเหนือคู่แข่ง

 

  • 2.2 ใครที่ควรทำแซกี : การวิเคราะห์ผู้ที่ได้รับประโยชน์สูงสุด 

การทำแซกีเหมาะสำหรับบุคคลที่ต้องการเปลี่ยนแปลงชีวิตในเชิงบวก โดยเฉพาะกลุ่มบุคคลต่อไปนี้

⭐ผู้ที่เผชิญอุปสรรค: นักธุรกิจที่การค้าไม่ราบรื่น หรือบุคคลที่การงานติดขัด มีอุปสรรคมาก 

⭐มีปัญหาสุขภาพ: ผู้ที่เจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรัง รักษาได้ยาก หรือโรคภัยที่ไม่ทราบสาเหตุ

⭐ดวงตกหรืออยู่ในช่วงเคราะห์: บุคคลที่ประสบกับช่วงเวลาที่โชคไม่ดี หรืออยู่ในช่วงปีชง

⭐ขาดพลังจากบรรพชน: ผู้ที่บรรพบุรุษได้รับการฌาปนกิจไปแล้ว ทำให้ไม่มีสุสาน (อิมไจ๋) คอยส่งพลังงานสนับสนุน

⭐มีปัญหาความสัมพันธ์: ผู้ที่ชีวิตสมรสไม่ราบรื่น หรือครอบครัวมีความขัดแย้งแตกแยก

⭐ต้องการยกระดับชีวิต: ผู้ที่มีความมุ่งมั่นและต้องการส่งเสริมศักยภาพของตนเองให้ถึงขีดสุดในด้านการเงิน การงาน และความสำเร็จ

 

  • 2.3 กระบวนการและพิธีกรรมโดยละเอียด: จาก DNA สู่ขุมพลังแห่งจักรวาล 

พิธีกรรมการทำแซกีเป็นกระบวนการที่ละเอียดอ่อนและต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญ โดยมีขั้นตอนหลักดังนี้:

  1. การวิเคราะห์ดวงชะตา (Destiny Analysis): ซินแสผู้เชี่ยวชาญจะวิเคราะห์ดวงจีน (ปาจื้อ) ของเจ้าชะตาอย่างละเอียด เพื่อหาจุดแข็ง จุดอ่อน และธาตุที่ต้องการเพื่อสร้างสมดุล นอกจากนี้ยังต้องพิจารณาดวงของสมาชิกในครอบครัวเพื่อป้องกันพลังงานที่ขัดแย้งกัน

  2. การเลือกชัยภูมิและทิศทาง (Site & Direction Selection): ซินแสจะค้นหาพื้นที่ที่มีพลังฮวงจุ้ยที่ดีเยี่ยม และคำนวณองศาการฝังที่เฉพาะเจาะจงกับดวงของเจ้าชะตา เพื่อให้เกิดการส่งเสริมอย่างสูงสุด

  3. การหาฤกษ์ยามมงคล (Auspicious Date Selection): การเลือกวันและเวลาที่เหมาะสมในการประกอบพิธีเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้สอดคล้องกับพลังงานของฟากฟ้าและเพิ่มประสิทธิภาพของพิธีกรรม

     

    แซกีเต่ามังกร (龍龜生基) เพื่อพลิกดวงและเสริมดวงชะตา บนสุดยอดฮวงจุ้ยที่ดีที่สุด เป็นศาสตร์ที่ใช้พลังฮวงจุ้ยที่ดีมาช่วยเสริมพลังดวงชะตา เสริมบารมี สุขภาพ (เต่ามังกร) นำมาซึ่งความมั่งคั่งสูงสุด แซกีจักรพรรดิ ผ่อนชำระแซกี ราคาแซกี
  4. การเตรียมสิ่งของแทนตัว (Preparation of DNA Proxies): เจ้าชะตาจะต้องรวบรวมสิ่งของที่เป็นตัวแทนพลังงานของตนเอง ซึ่งเป็นหัวใจของพิธี

  5. พิธีบวงสรวง (Opening Ceremony): ในวันพิธี จะมีการไหว้บวงสรวงเจ้าที่เจ้าทาง (ทีกง, แป๊ะกง) เพื่อขออนุญาตใช้พื้นที่และพลังงานจากธรรมชาติ

  6. การบรรจุโถและการอธิษฐาน (Jar Sealing & Aspiration): สิ่งของแทนตัวและป้ายดวงชะตาจะถูกบรรจุลงในโถเซรามิก จากนั้นเจ้าชะตาจะทำการอธิษฐาน ตั้งจิตมั่นถึงเป้าหมายที่ต้องการ และเชื่อมต่อกับพลังงานของสถานที่

  7. การฝังตามองศา (Precise Burial): ซินแสจะนำโถไปวางในหลุมที่เตรียมไว้ตามทิศทางองศาที่คำนวณไว้อย่างแม่นยำ

  8. การปิดหลุม (Sealing the Site): หลุมจะถูกกลบด้วยดินหรือทรายละเอียด เพื่อ "ล็อก" ตำแหน่งและองศาของโถให้คงที่ เป็นอันเสร็จสิ้นพิธี 

    2.4 สิ่งของแทนตัว (DNA): สื่อกลางแห่งพลังงานชีวิต 

สิ่งของที่ใช้ในพิธีแซกีไม่ใช่ของทั่วไป แต่เป็นตัวแทนทางกายภาพที่เข้มข้นที่สุดของพลังชีวิตและตัวตนของเจ้าชะตา:

ผม, เล็บ, เลือด, น้ำลาย: สิ่งเหล่านี้คือแหล่ง DNA โดยตรง ถือเป็นพิมพ์เขียวทางกายภาพและเป็นสื่อเชื่อมต่อกับพลังชี่ส่วนบุคคลที่แข็งแกร่งที่สุด โดยเฉพาะเส้นผมที่เปรียบเสมือนส่วนหนึ่งของกระดูกและแก่นแท้ของชีวิต 

เสื้อผ้าที่ชุ่มเหงื่อ: เสื้อผ้าที่ผ่านการใช้งานมาแล้วจะมีกลิ่นกายและสนามพลังงานเฉพาะตัวของเจ้าชะตา เป็นตัวแทนของพลังงานในปัจจุบัน

ป้ายดวงชะตา: แผ่นป้ายที่จารึกชื่อและข้อมูลวันเดือนปีเกิดของเจ้าชะตา ทำหน้าที่เหมือน "ที่อยู่ทางจิตวิญญาณ" เพื่อให้แน่ใจว่าพลังงานจะถูกส่งไปยังบุคคลที่ถูกต้อง

การเกิดขึ้นของศาสตร์แซกีสะท้อนให้เห็นถึงวิวัฒนาการทางปรัชญาที่สำคัญ ในขณะที่ฮวงจุ้ยสุสาน (อิมไจ๋) มีลักษณะเป็น "คติรวมหมู่" ที่เน้นประโยชน์ของวงศ์ตระกูลโดยรวม, ศาสตร์แซกีกลับมีลักษณะเป็น "ปัจเจกนิยม" อย่างชัดเจน พิธีกรรมนี้มุ่งเน้นไปที่การเสริมดวง "เฉพาะบุคคล" และให้อำนาจแก่ผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ในการสร้างรากฐานพลังงานของตนเองขึ้นมาใหม่ เปรียบเสมือนการเป็น "บรรพบุรุษ" ให้กับโชคชะตาของตนเอง แทนที่จะรอรับพรจากมรดกทางพลังงานเพียงอย่างเดียว 

  • ส่วนที่ 3: รูปแบบประยุกต์และข้อพิจารณาในปัจจุบัน 

ในยุคสมัยใหม่ ศาสตร์โบราณเหล่านี้ได้ถูกปรับเปลี่ยนและนำเสนอในรูปแบบที่เข้าถึงง่ายขึ้น แต่ก็มาพร้อมกับข้อควรพิจารณาที่สำคัญ

รูปหล่อทองสัมฤทธ์เทพเต่ามังกรองค์จริง หน้าพระราชวังต้องห้าม ประเทศจีน  แซกีเสริมดวง โชคลาภ ธุรกิจ สุขภาพ

 

"แซกีเต่ามังกร" คือรูปแบบการทำแซกีร่วมสมัยที่ได้รับความนิยมอย่างสูง เป็นทางเลือกนอกเหนือจากการใช้แปลงฝังขนาดใหญ่ รูปแบบนี้มักเป็นการติดตั้งขนาดเล็กในพื้นที่สุสานหรือเมมโมเรียลปาร์ค โดยมีศูนย์กลางเป็นรูปสลักหิน "เต่ามังกร" หรือ "หลงกุย"

เต่ามังกรเป็นสัตว์เทพในตำนานที่รวมพลังของสัตว์มงคลสองชนิดเข้าไว้ด้วยกัน

หัวมังกร (Dragon Head): เป็นสัญลักษณ์ของอำนาจ บารมี ความสำเร็จ และความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน

กระดองเต่า (Turtle Shell): เป็นสัญลักษณ์ของอายุที่ยืนยาว สุขภาพที่แข็งแรง ความมั่นคง และการปกป้องคุ้มครองจากภยันตราย

แซกีเต่ามังกรจึงถูกนำเสนอในฐานะรูปแบบที่เข้าถึงง่ายกว่า ทำหน้าที่เป็น "สมอพลังงาน" หรือเครื่องรางทรงพลังที่คอยส่งกระแสพลังงานบวกให้กับเจ้าของดวงชะตาอย่างต่อเนื่อง โดยไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่ขนาดใหญ่เท่าสุสานจริง

 

  • 3.2 ความสำคัญของซินแสและความเสี่ยงที่ต้องระวัง 

ความสำเร็จของพิธีกรรมทั้งฮวงจุ้ยสุสานและแซกี ขึ้นอยู่กับความรู้ความสามารถและจรรยาบรรณของซินแสเป็นอย่างยิ่ง การคำนวณหรือการเลือกสถานที่ที่ผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ตรงกันข้าม จากดีกลายเป็นร้ายได้ ความเสี่ยงที่สำคัญประกอบด้วย

การเลือกชัยภูมิที่ไม่ถูกต้อง: การทำพิธีในพื้นที่ที่ฮวงจุ้ยไม่ดี จะทำให้เจ้าชะตาดูดซับพลังงานด้านลบและนำมาซึ่งโชคร้าย

สิ่งของแทนตัวที่ไม่บริสุทธิ์: หากมี DNA ของบุคคลอื่นปะปนเข้าไป อาจทำให้พลังงานถูกส่งไปผิดที่หรือเกิดผลเสียที่ไม่คาดคิด

การละเลยพิธีกรรมที่ถูกต้อง: การไม่บวงสรวงขออนุญาตเจ้าที่เจ้าทางอย่างถูกต้องอาจทำให้พิธีไม่ได้ผลหรือเกิดอาถรรพ์ได้

ความขัดแย้งทางพลังงานในครอบครัว: หากพลังงานของแซกีขัดกับดวงชะตาของสมาชิกในครอบครัว อาจก่อให้เกิดความไม่สงบสุขภายในบ้าน

 

  • 3.3 การประเมินค่าใช้จ่ายและผลลัพธ์ที่คาดหวัง 

การทำแซกีถือเป็นการลงทุนที่สำคัญ โดยมีค่าใช้จ่ายตั้งแต่ 40,000 ถึง 300,000 บาท หรืออาจสูงกว่านั้น ขึ้นอยู่กับชื่อเสียงของซินแส สถานที่ และขนาดของพิธีกรรม การเกิดขึ้นของธุรกิจบริการด้านนี้อย่างครบวงจร เช่น สุสานเนอร์วาน่า หรือการนำเสนอผลิตภัณฑ์เฉพาะทางอย่าง "แซกีเต่ามังกร" สะท้อนให้เห็นถึงการปรับตัวของศาสตร์โบราณเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจสมัยใหม่ แนวโน้มนี้ทำให้ศาสตร์ลี้ลับเข้าถึงได้ง่ายขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็มีความเสี่ยงที่แก่นแท้ทางจิตวิญญาณอาจถูกบดบังด้วยการตลาดและการค้า

ในด้านผลลัพธ์ ผู้ประกอบพิธีมักอ้างอิงถึงกรณีศึกษาและคำบอกเล่าจากผู้มีประสบการณ์ เช่น การฟื้นฟูธุรกิจที่ใกล้ล้มละลาย การได้โครงการขนาดใหญ่ การได้รับเงินที่คาดว่าจะสูญไปคืน หรือสุขภาพที่ดีขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์

✅อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจว่าฮวงจุ้ยไม่ใช่ยาวิเศษ แต่เป็นเพียงหนึ่งในสามส่วนของสมการแห่งโชคชะตา หลังจากทำแซกีแล้ว "ชะตาคน" หรือการกระทำของตนเองยังคงเป็นปัจจัยชี้ขาด

ศาสตร์แซกีอาจช่วยเปิดประตูแห่งโอกาส แต่ผู้ที่ต้องก้าวเดินผ่านประตูนั้นไปก็คือตัวของเจ้าชะตาเอง

 

บทสรุป: การบูรณาการศาสตร์โบราณสู่ชีวิตยุคใหม่ 

ศาสตร์ฮวงจุ้ยสุสาน (อิมไจ๋) และการทำแซกี (เจ่าอุ่ง) คือสองด้านของเหรียญเดียวกันที่สะท้อนความปรารถนาของมนุษย์ในการทำความเข้าใจและควบคุมโชคชะตา "อิมไจ๋" คือการเชื่อมต่อกับรากเหง้าและรับพลังสนับสนุนจากบรรพบุรุษ เป็นอิทธิพลพื้นฐานที่ส่งผลต่อวงศ์ตระกูลในระยะยาว ในขณะที่ "แซกี" คือเครื่องมือเชิงรุกสำหรับคนยุคใหม่ ที่ให้อำนาจในการปรับเปลี่ยนและสร้างสรรค์เส้นทางชีวิตของตนเอง

  • การที่ศาสตร์โบราณเหล่านี้ยังคงได้รับความนิยมในศตวรรษที่ 21 บ่งชี้ถึงความต้องการที่ลึกซึ้งในการแสวงหาความมั่นคงและความหมาย ท่ามกลางโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ได้มอบกรอบความคิดที่เชื่อมโยงอดีต (บรรพชน) เข้ากับอนาคต (การสร้างโชคชะตา) และให้อำนาจแก่ปัจเจกบุคคลในการเป็นผู้กำหนดทิศทางชีวิต
  • ท้ายที่สุดแล้ว ภูมิปัญญาที่แท้จริงของศาสตร์เหล่านี้อยู่ที่การกลับไปสู่หลักการพื้นฐานของ "ฟ้า-ดิน-คน" แม้การปรับแก้ "ชะตาดิน" ผ่านฮวงจุ้ยจะเป็นเครื่องมือที่ทรงพลัง แต่จะเกิดประสิทธิผลสูงสุดก็ต่อเมื่อทำงานร่วมกับ "ชะตาคน" นั่นคือการมีคุณธรรม ความขยันหมั่นเพียร และการพัฒนาตนเองอย่างไม่หยุดยั้ง ความสำเร็จที่ยั่งยืนที่แท้จริงจึงไม่ได้มาจากการพึ่งพิงพลังงานภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความสมดุลอันกลมกลืนของพลังทั้งสามส่วนในชีวิตนั่นเอง

บทสรุปกุญแจสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน อธิบายว่าศาสตร์ฮวงจุ้ยมงคล, ฮวงจุ้ยสุสาน, และพิธีแซกี (Sheng Ji) คือ "ชะตาดิน" (地利) ซึ่งเป็นเครื่องมือเปิดโอกาส ที่เมื่อรวมกับ "ชะตาฟ้า" (天时) และ "ชะตาคน" (人和) จะนำไปสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน

อธิบายคุณสมบัติ "แซกีเต่ามังกร" (龍龜) ซึ่งเป็นศาสตร์การทำแซกี (Sheng Ji) รูปแบบประยุกต์ (หรือ แซกีจักรพรรดิ) ที่ช่วยเสริมดวง 2 พลังในหนึ่งเดียว คือ พลังหัวมังกร (เสริมอำนาจ, บารมี, ความสำเร็จ) และพลังกระดองเต่า (เสริมอายุยืนยาว, สุขภาพ, การปกป้อง)

ผ่อนชำระแซกี แซกีผ่อนสบาย ราคาแซกีจักรพรรดิ ผ่อนแซกีเสริมดวง

 ทำไมสุสาน หรือ ช่องเก็บอัฐิ จึงสะเดาะเคราะห์ได้

การสะเดาะเคราะห์ด้วย “สุสาน-ช่องเก็บอัฐิ” และความเชื่อเรื่อง “การนอนโลง” มีพลังเบื้องหลังเหมือนกันมากกว่าที่คิด รู้หรือไม่ว่า พิธีนี้มีรากเหง้ามาจากศาสตร์เดียวกันกับฮวงจุ้ยสุสานและการทำแซกี ซื้อช่องเก็บอัฐิ คือพลัง “จำลองการตาย” สู่การเกิดใหม่ของดวงชะตา 

✅ทุกปัญหาในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงิน สุขภาพ ความรัก หรือเคราะห์กรรมหนักหนา มักมีจุดเริ่มจากพลังเคราะห์กรรมร้ายที่สะสม หรือแม้แต่พลังหยินที่ไม่สมดุลในวงศ์ตระกูล

การนอนโลงคือการจำลองภาวะการตายของเจ้าชะตา เพื่อให้สิ่งไม่ดีได้หลุดออกไป พร้อมกับการจุดธูป อธิษฐาน และลุกขึ้นจากโลง เปรียบเสมือนการเกิดใหม่ พร้อมความหวังในดวงชะตาที่ดีขึ้น 

✅ขณะที่การซื้อสุสาน หรือช่องเก็บอัฐิในตำแหน่งฮวงจุ้ยมงคลนั้น คือการ "เปลี่ยนสนามพลังกรรมดั้งเดิม" ที่สะสมจากบรรพบุรุษให้กลายเป็นพลังสนับสนุนอย่างถาวร ส่งพลังสะท้อนกลับมายังตัวเอง,  ลูกหลานและคนในครอบครัวอย่างต่อเนื่อง 

✅ดังนั้นผู้ที่ต้องการสะเดาะเคราะห์ถึงขั้นลึกสุดและยั่งยืนมักเลือกที่จะซื้อช่องเก็บอัฐิ สุสานมงคล ไว้ล่วงหน้าหรือเลือกทำพิธีแซกีเพื่อ “ฝังพลังเคราะห์กรรม” ไว้กับฟ้าดิน และ “ปลูกพลังชีวิตใหม่” ผ่านสนามพลังฮวงจุ้ยที่ดีเลิศ กลายเป็นสายใยพลังงานมงคลที่เชื่อมโยงกับตัวเจ้าชะตาโดยตรง

 

แซกีสุขภาพ ปรึกษาเสริมดวงสุขภาพด้วยแซกี ศาสตร์ฮวงจุ้ยขั้นสูง

เสริมพลังชีวิตด้วยสุสานที่มีฮวงจุ้ยดีๆ

✅ ช่วยสะเดาะเคราะห์โรคภัย การเงินติดขัด หรือปัญหาความสัมพันธ์แตกร้าว
✅ ปลดล็อกโชคชะตา พลังหยิน-หยางสมดุล ชีวิตราบรื่น
✅ เสริมดวงเจ้าชะตาตามวันเกิด ด้วยจุดฝังหรือวางอัฐิที่สัมพันธ์กับธาตุประจำตัว
✅ ฟื้นฟูดวงชะตาคนในบ้านจากการประสบเคราะห์ร้าย เช่น ดาวมฤตยู ดาวเสาร์ ดาวราหูย้าย เกิดวิปริต หรือปีชงแรง 

ไลน์ติดต่อสอบถาม ปรึกษา สุสาน ฮวงซุ้ย สุสานเนอร์วาน่า ชลบุรี สุสานพรีเมี่ยม Line ID: @legacy-land 

แซกี =จำลองการตายอย่างมีแบบแผน กำเนิดใหม่อย่างสง่างาม

พิธีการทำแซกีขั้นสูง จะมีการฝังเสื้อผ้า หรือสิ่งของที่มี DNA ของเจ้าชะตาร่วมกับพิธีกรรมเสริมธาตุ และวางในตำแหน่งทิศทางรับพลังงานดี เพื่อเปลี่ยนเส้นทางของดวงชะตา — เปรียบเสมือนการ"ฝังร่างกายจำลองในโลกแห่งกระแสพลังงาน"เพื่อให้พลังเคราะห์กรรมที่ผูกติดกับตัวตนเก่าให้ตายไปโดยการฝังคืนสู่แผ่นดินอย่างถาวร 

✅โดยสรุป: หากคุณเคยนอนโลงเพื่อสะเดาะเคราะห์แล้ว แต่อาการยังไม่คลี่คลาย ลองพิจารณาการทำแซกี หรือซื้อช่องเก็บอัฐิ / สุสานมงคล ในตำแหน่งฮวงจุ้ยชั้นเลิศ เพราะนั่นคือการสะเดาะเคราะห์ที่ลึกกว่า และส่งผลแรงกว่าสำหรับผู้ที่ดวงตกหรือมีเคราะห์กรรมฝังรากลึก

✅หรือต้องการกำลังเสริมที่ทรงพลังมาช่วยยกชูดวงชะตาให้ไปถึงจุดสูงสุดของชีวิตอย่างเป็นรูปธรรม

นัดหมายชมโครงการสุสานเนอร์วาน่า  สุสานชลบุรี สุสาน ราคาฮวงซุ้ย

สุสานแตก ภัยเงียบทำลายตระกูล

1.ประสพโชคร้ายและความตกต่ำ: เชื่อว่าการที่สุสาน (ฮวงซุ้ย) ของบรรพบุรุษแตกร้าว ชำรุด หรือน้ำท่วม เป็นการบ่งบอกถึงฮวงจุ้ยที่ไม่ดี (กาลกิณี) ซึ่งส่งผลร้ายต่อโชคชะตาและความเจริญของลูกหลานในตระกูล อาจนำไปสู่ความล่มจมได้

ปัญหาสุขภาพและความเจ็บป่วย: ผลที่ชัดเจนที่สุดอย่างหนึ่งที่กล่าวถึงคือ ลูกหลานในตระกูลจะเจ็บป่วยหรือมีสุขภาพไม่ดี

ปัญหาทางการเงินและธุรกิจ: อาจส่งผลให้การค้าไม่ดี ธุรกิจมีปัญหา ถูกหลอกถูกโกง หรือร้านค้าซบเซา เปรียบเหมือนน้ำท่วมขังหน้าร้าน ลูกค้าไม่เข้า

อุบัติเหตุและความขัดแย้ง: บางกรณีเชื่อว่าอาจทำให้ลูกหลานทยอยประสบอุบัติเหตุทีละคน หรือเกิดความขัดแย้งบาดหมางภายในครอบครัว

ผลกระทบเฉพาะตามตำแหน่งที่เสียหาย สุสานฝั่งซ้ายหรือขวาแตกร้าว จะส่งผลต่อสุขภาพหรือธุรกิจของคนในครอบครัวร้ายแรงแตกต่างกันตามตำแหน่งที่ชำรุด

ภัยเงียบสุสานแตก ฮวงจุ้ยบรรพบุรุษเสียหาย ส่งผลร้ายแรงต่อธุรกิจและครอบครัว ต้องรีบแก้ไข ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่นี่ สุสานชลบุรี

 

2. ผลกระทบต่อศพหรือกระดูก  

ศพ/โลงศพเน่าเปื่อย: ตามหลักฮวงจุ้ย สุสานต้องเป็นพื้นที่ที่น้ำท่วมไม่ถึง เพราะน้ำจะทำให้ศพในโลงเน่าเปื่อยแบบผิดธรรมชาติ ซึ่งเชื่อว่าส่งผลกระทบต่อบรรพชน 

โลงศพลอยน้ำ หรือเคลื่อนที่เอง: ในพื้นที่ลุ่ม น้ำท่วมถึง การมีน้ำท่วมขังอาจทำให้โลงศพลอยน้ำหรือเคลื่อนที่ไปมาได้ (ซึ่งบางตำราแนะนำให้ใช้ทรายเทลงในหลุมเพื่อบังคับโลงไม่ให้ลอย แต่ศพก็ต้องถูกแช่น้ำ ซึ่งจะส่งผลร้ายอยู่ดี) 

♦ความยากลำบากในการจัดการกระดูก: หากมีน้ำซึมเข้าไปท่วมหลุมฝังใต้ดิน ทำให้การขุดหรือล้างกระดูกทำได้ยาก 

 

อ้างอิงพจนานุกรม : ประสบ =พบปะ, พบเห็น, ประสพ=การเกิดผล

สาเหตุที่ทำให้สุสานชำรุด ฮวงจุ้ยเสียหาย

1.น้ำท่วม น้ำขัง: พื้นที่ตั้งสุสานเป็นที่ลุ่ม ดินทรุด หรือไม่มีระบบระบายน้ำที่ดี ทำให้น้ำท่วมขัง

2.โครงสร้างแตกร้าว: ป้ายหน้าสุสานหมองคล้ำ หรือตัวสุสานมีรอยแตกร้าวลึกและยาว โดยเฉพาะบริเวณแขนซ้ายขวา

3.สภาพดินไม่ดี: สภาพดินแตกร่วน ดินแข็ง ดินเหนียว ไม่อุดมสมบูรณ์ หรือมีรากไม้ใหญ่ชอนไช มีปลวกเข้าไปทำรัง

4.ขาดการบำรุงรักษา: ปล่อยปละละเลย สกปรก หญ้าขึ้นรก เป็นที่อยู่ของสัตว์ตัวทำลายโชค เช่นหนู ปลวก งู ตะขาบ ตุ๊กแก ไปถึงโจรขโมยศพและทรัพย์สิน

สุสานเนอร์วาน่า (Nirvana) มีฮวงจุ้ยดีเลิศ หมดกังวลเรื่อง "น้ำไม่ท่วม" เพราะออกแบบเป็นขั้นบันได (Terrace) ช่วยระบายน้ำได้ดี ซึ่งเป็นหลักการสำคัญของสุสานมงคล, ฮวงซุ้ย, และแซกี (Sheng Ji) ที่ดีที่สุด เพื่อส่งเสริมความเจริญรุ่งเรืองให้วงศ์ตระกูล

ขายที่ดินสุสานเนอร์วาน่า ชลบุรี รับประกันน้ำไม่ท่วม 100% ด้วยระบบระบายน้ำขั้นบันได ผสานศาสตร์เจ็ดดาวดูดทรัพย์ สุสานพรีเมี่ยม

หลักปฏิบัติ "ฮวงจุ้ยคนตาย" (Yin House Feng Shui) 

ความเสียหายทางกายภาพของสุสานโดยเฉพาะจากน้ำท่วม จะส่งผลเสียต่อ พลังงานปราณ (Qi) ที่หล่อเลี้ยงตระกูล นำมาซึ่งความตกต่ำและปัญหาสุขภาพแก่ลูกหลาน

สุสานชำรุดแตกร้าว ถือเป็นเรื่องร้ายแรงตามหลักความเชื่อฮวงจุ้ย ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ โชคลาภ และสุขภาพของคนในตระกูลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

มีความเชื่อว่า เมื่อรากเหง้าสั่นคลอน คนที่ยังอยู่ก็ไม่ต่างอะไรกับคนตาย

ไลน์ติดต่อปรึกษา สุสานเนอร์วาน่า สุสานพรีเมี่ยม สุสานคริสต์ ฮวงซุ้ยชลบุรี สุสานชลบุรีLine ID: @legacy-land   

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ

แหล่งอ้างอิงเพิ่มเติม 

1.Joey Yap's Mastery Academy of Chinese Metaphysics https://www.joeyyap.com/
2.Lillian Too's Feng Shui World https://www.lillian-too.com/
3.World of Feng Shui (WOFS) - Lillian Too's approach to Yin House
4.Classical Feng Shui Theory on Water & Wealth
5.Sheng Ji: The Living Tomb Feng Shui Manual
6.Feng Shui Misinterpretations and Risks

Visitors: 167,562